สินเชื่อ กรุงไทย : ยื่นกู้ยังไงให้ผ่านฉลุย และเกร็ดความรู้ในการขอสินเชื่อ

สินเชื่อ กรุงไทย : ยื่นกู้ยังไงให้ผ่านฉลุย และเกร็ดความรู้ในการขอสินเชื่อ ใครหลายๆ คนที่เคยผ่านการขอสินเชื่อ กู้เงินธนาคาร อาจจะเคยประสบปัญหาการไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้กันบ้างแหละ หรือถูกให้กลับมาแก้ไขเอกสารวุ่นวายไปหมด แต่ถ้าคุณรู้เคล็ดลับว่าอะไรที่ผู้ให้บริการแหล่งเงินทุนมองหา? หรือสาเหตุหลักที่ทำให้การขอสินเชื่อของคุณไม่ประสบความสำเร็จ แล้วล่ะก็ การขอสินเชื่อครั้งต่อไปก็จะไม่น่าปวดหัวอีก

เคล็ดลับการกู้เงินยังไงให้ผ่านฉลุย

1.ตรวจเช็คเครดิตบูโร

ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินธนาคาร การขอสินเชื่อบ้านและที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อธุรกิจ ด่านแรกของผู้ขอสินเชื่อทุกคนคือประวัติสินเชื่อ หรือเครดิตบูโรนั่นเอง ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าเครดิตบูโรมีความสำคัญยังไง มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อมากแค่ไหน

เครดิตบูโร เป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อต้องทำการขอเช็คเครดิตบูโรเพื่อนำไปเป็นหนึ่งในหลักฐานประกอบการพิจารณาเงินกู้ แน่นอนว่าผู้ขอสินเชื่อที่มีประวัติการจ่ายเงินที่ดี สม่ำเสมอ ไม่มียอดค้างรับในเครดิตบูโร ย่อมเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการอนุมัติเงินกู้ให้มากกว่า คนที่มีพฤติกรรมผิดนัดชำระหนี้อยู่บ่อยครั้ง

หากตรวจพบว่าตนเองมีประวัติเครดิตบูโรที่ไม่ดี หรือติดเครดิตบูโรอยู่ ก่อนจะทำการขอสินเชื่อ ก็หาโอกาสรีบแก้ไขและรีบชำระยอดคงค้างให้เรียบร้อยเสียก่อน อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติเงินมากกว่ามียอดคงค้างหลายๆ งวดได้

2.การเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร

หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญในการใช้พิจารณาเงินกู้ธนาคารก็คือ “สมุดบัญชี” นั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่า แค่เดินไปเปิดบัญชีใหม่ มียอดในสมุดบัญชีเงินฝากสัก 500-1,000 บาทก็ได้แล้ว!! หลักฐานที่ธนาคารใช้ดูเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกู้คือยอดโอนเข้า โอนออก หรือการเคลื่อนไหวของตัวเลขในบัญชีต่างหาก ไม่ใช่แค่มีสมุดบัญชีก็กู้ได้นะ

ก่อนอื่นต้องแบ่งการเคลื่อนไหวของสมุดบัญชีออกเป็น 2 กลุ่มผู้กู้คือ ผู้กู้สินเชื่อส่วนบุคคล และผู้กู้สินเชื่อธุรกิจ ในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล การเคลื่อนไหวของบัญชีควรมีเงินสำรองในบัญชีไว้บ้าง สมมุติว่ามีเงินเดือนเข้าเดือนละ 20,000 บาท เงินเข้าปุ้ปก็โอนออกปั้ป เหลือยอดในบัญชี 0 บาท และเป็นแบบนี้ทุกเดือน ธนาคารหรือผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ ก็อาจจะไม่ให้คะแนนกับสมุดบัญชีที่เคลื่อนไหวน่ากลัวแบบนี้นะ

ในขณะที่บัญชีผู้ขอสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารจะมองหาบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ มีเงินเข้าออก เสมอๆ เพราะนั่นอาจหมายถึงธุรกิจยังมีการดำเนินการต่อไปได้ดีและเป็นปกติ ยิ่งมีเงินเข้าเรื่อยๆ แม้มีค่าใช้จ่ายออกไปบ้าง ก็ยังถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวของบัญชีสำหรับสินเชื่อธุรกิจที่ธนาคารสามารถไว้วางใจอนุมัติเงินกู้ให้ได้

3.รู้จักลำดับความสำคัญ อย่าเอาแต่จะผ่อนนู่น กู้นี่

อีกปัจจัยในการอนุมัติเงินกู้ คือ ผู้ขอสินเชื่อมีความสามารถพอในการจ่ายหนี้คือมั้ย? แล้วธนาคารพิจารณาจากอะไร? ก็ภาระหนี้สินที่มีอยู่ปัจจุบันของผู้ของสินเชื่อไงล่ะ!! ย้อนกลับไปที่ข้อ 1 เมื่อผู้ขอสินเชื่อขอเช็คเครดิตบูโรแล้วนำเอกสารมายื่นให้ธนาคารหรือผู้ให้บริการเงินกู้ หนึ่งในข้อมูลที่จะแสดงบนเครดิตบูโรคือ สินเชื่อทั้งหมดที่ผู้ขอสินเชื่อมีภาระผ่อนชำระอยู่นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า หากพิจารณาร่วมกับเอกสารอื่นๆ เช่นเอกสารเกี่ยวกับรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ แล้วปรากฏว่าผู้ขอสินเชื่อมีภาระหนี้สินมากเกินกว่าความสามารถในการผ่อนชำระ หรือมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถผ่อนชำระสินเชื่อก้อนใหม่นี้ได้ ธนาคารก็อาจจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้นั่นเอง ดังนั้น ผู้ขอสินเชื่อควรรู้จักการลำดับความสำคัญ รู้ว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการมีหนี้สินล้นพ้นตัวนั่นเอง

4.เอกสารหลักฐานพร้อมกู้

ธนาคารและผู้ให้บริการเงินทุนโดยทั่วไป ตรวจสอบรายได้ของผู้ขอสินเชื่อจากเอกสารประกอบเท่านั้น ดังนั้นเอกสารที่แสดงรายได้ต่างๆ จึงเป็นเอกสารจำเป็นที่ผู้ขอสินเชื่อต้องเตรียมไว้ให้พร้อม เช่น สลิปเงินเดือนสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ หรือในกรณีขอสินเชื่อธุรกิจก็ต้องเตรียมหลักฐานจำพวก ใบสั่งซื้อหรือสัญญาสั่งซื้อ บิลกำกับภาษี หรือรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาให้พร้อมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินกู้นั่นเอง

หลักฐานอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือหลักฐานในการแสดงตัวตนของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งรวมถึง เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่ โดยธนาคารจะให้คะแนนกับผู้ขอสินเชื่อที่เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่ติดต่อได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ผู้ขอสินเชื่อสามารถระบุเบอร์โทรที่ทำงานที่ธนาคารสามารถติดต่อและพบว่าผู้ขอสินเชื่อทำงานอยู่จริงที่บริษัทนี้ หรือที่อยู่ของสถานประกอบการสำหรับเจ้าของธุรกิจ ที่ธนาคารสามารถตรวจสอบได้ว่าสถานประกอบการที่ผู้ขอสินเชื่อระบุตั้งอยู่ถูกต้องตามที่อยู่ที่แจ้งมานั่นเอง

5.ยื่นเอกสารกู้เงินทีละสถาบัน

หนึ่งในเคล็ดลับในการกู้ให้ผ่านฉลุยสำหรับการกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงินคือ ยื่นกู้เงินที่ละสถาบันการเงิน!!

สถาบันการเงินจะรู้ว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนล่าสุด ผู้ขอสินเชื่อได้ยื่นขอสินเชื่อไปแล้วกี่ครั้งจากข้อมูลเคดิตบูโร ถ้าหากพบว่าผู้ขอสินเชื่อได้ทำการยื่นขอสินเชื่อเยอะๆ หลายๆ ที่ ธนาคารอาจระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ขอสินเชื่อรายนั้นได้ ทำให้โอกาสในการได้รับเงินกู้น้อยลงไป ดังนั้นผู้ขอสินเชื่อควรศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อกับธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของตนเองมากที่สุด ก่อนตัดสินใจสมัครขอรับสินเชื่อเพื่อโอกาสในการได้รับอนุมัติเงินกู้ที่มากขึ้นนั่นเอง

แล้วจะไปกู้เงินที่ไหนดีล่ะ?
ในขณะที่การยื่นขอกู้เงินกับธนาคาร ผู้ขอสินเชื่อควรยื่นกู้เงินกับธนาคารทีละสถาบันเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติเงินกู้ ปัญหาคือ.. ถ้ายื่นกู้ไม่ผ่านหนึ่งที่ รอผลหลายเดือนแล้วไม่ผ่าน กว่าจะยื่นกู้อีกที่จัดเตรียมเอกสารกู้เงินใหม่อีกรอบ รอผลใหม่อีกเป็นเดือน ก็ยิ่งทำให้ผู้ขอสินเชื่อทั้งเครียด ทั้งเสียเวลา

ปัจจุบันมีการกู้ยืมเงินรูปแบบใหม่ที่เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติเงินกู้ได้อย่างรวดเร็วทันใจเรียกว่าการกู้ยืมบุคคล-บุคคล หรือ Peer-to-Peer Lending (P2P) ซึ่งในการกู้ยืมเงินแบบนี้ทำให้การจัดเตรียมเอกสารง่ายและลดปริมาณเอกสารที่ต้องเตรียมลงได้มาก อีกทั้งการยื่นกู้เพียง 1 ครั้ง ผู้ขอสินเชื่อมีโอกาสได้รับอนุมัติเงินกู้จากนักลงทุนมากกว่าร้อยรายในระบบ P2P ทำให้ไม่ต้องจัดเตรียมเอกสารมากมายหลายครั้ง อีกทั้งไม่ต้องรออนุมัติเงินกู้นานอีกด้วย